ขอลาออก
Posted in กีฬาอื่นๆ เน็ตไอดอล

นักตบลูกขนไก่นอกระบบสมาคม พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ผู้โค่นแชมป์โลก 3 สมัยถึงบ้าน

“หนูไม่แนะนำให้ใครออกจากสมาคมฯ” สาวน้อยวัย 22 ปี ที่ครั้งหนึ่งเธอตกเป็นข่าวเรื่อง ขอลาออก จากสมาคมกีฬาแบดมินตันฯ เอ่ยประโยคนี้กับเรา

 พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ ขอลาออก จากสมาคมกีฬาแบดมินตัน

“ระบบ”

เป็นสิ่งที่ถูกสร้างออกมาเพื่อควบคุมให้มนุษย์ อยู่ในกรอบและมาตรฐานที่องค์กรและหน่วยงานวางไว้ ระบบ จึงมีความสำคัญมากกว่าตัวบุคคล หรือในบางครั้ง ระบบก็เปรียบเสมือนเครื่องกรองชั้นดีที่คัดคนที่เข้ากับองค์กรนั้นๆ

ว่าแต่ใช่ว่าระบบอย่างหนึ่ง จะเข้ากับคนทุกคน เพราะทุกอย่างบนโลก เมื่อมีด้านที่ใช่ ย่อมที่อีกด้านที่ไม่ใช่ ซึ่งตรงข้ามกับจริต หรือความต้องการส่วนบุคคล

 ขอลาออก

หมิว พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์

นักแบดมินตัน มือวางอันดับ 17 ของโลก เป็นคนหนึ่งที่ยอมสละตัวเองจากการเป็น นักกีฬาของสมาคมฯ เพื่อออกจากระบบเดิมๆ ไปสู่ความท้าทายใหม่ ในการเป็นนักกีฬาอิสระ ที่เธอเลือกเดิน

แรงจูงใจที่ทำให้เธอก้าวออกมา และสิ่งที่ได้เธอเรียนรู้มากสุด ในวันที่ไม่ได้ชื่อว่าเป็น “นักกีฬาในการดูแลของสมาคมฯ” คืออะไร นั่นคือคำตอบที่เราอยากรู้จากเธอ

“หนูเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่คุณพ่อคุณแม่ พยายามผลักดันส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬา หนูเล่นแบดมินตัน ตั้งแต่ 4 ขวบ ตามพี่สาว (พชรพรรณ ช่อชูวงศ์)”

“พอหนูโตขึ้น พ่อกับแม่ก็จะส่งหนูไปเรียนแบดมินตันทุกวัน อย่างจันทร์-ศุกร์ จะฝึกซ้อมช่วงเย็นหลังเลิกเรียนอยู่ภายในจังหวัดระยอง ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ คุณพ่อกับคุณแม่จะขับรถพาไปเช้า-เย็นกลับ มาซ้อมที่กรุงเทพ เป็นอย่างนี้อยู่ 7-8 ปี”

“ในตอนนั้นหนูไม่ได้คิดว่าตัวเองจะไปไหนระดับไหน แค่รู้สึกสนุกที่ได้เล่นกีฬา ได้เข้ามากรุงเทพฯ เพราะหนูไม่ได้ชอบเรียนเท่าไหร่ แต่ทางบ้านก็มีเกณฑ์ว่า ต้องเล่นกีฬาและรักษาผลการเรียนดีให้ดีด้วย”

นักตบลูกขนไก่หญิง มือ 3 ของไทย

ย้อนความทรงจำของเธอ บนพื้นคอร์ตยางสนามแบดมินตัน … เธอเกิดในครอบครัวที่คุณพ่อและคุณแม่ มีความตั้งใจอยากเห็นบุตรสาวทั้งสองเป็นนักกีฬา

เส้นทางของ พรปวีณ์ และ พชรพรรณ ดูไปได้ดีและมีอนาคต เมื่อเธอและพี่สาว ได้รับการทาบทามให้เข้าไปเป็น นักกีฬาเยาวชน ในสังกัดของสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ที่ซึ่งเหล่านักแบดฯ อยากจะเข้าไปอยู่ในการดูแลของสมาคมฯ

“ตอนอายุสัก 7-8 ขวบ หนูเริ่มลงแข่งรายการตามรุ่นอายุ มีผลงานบ้าง พออายุสัก 11 ปี หนูได้เข้าไปอยู่ในโครงการของ SCG ทำให้หนูมีโอกาสพอสมควร ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ได้แชมป์ติดมือมาบ้าง จนสมาคมฯ เรียกตัวเข้าไป”

“การได้เป็น นักกีฬาของสมาคมฯ มันดีมากสำหรับหนูในตอนนั้น หนูมีเงินเดือน มีเบี้ยเลี้ยง โบนัส เรื่องการฝึกซ้อม การแข่งขัน ทุกอย่างสมาคมจัดการให้หมด หนูมีหน้าที่แค่ซ้อมตามระบบที่เขาวางไว้ และไปแข่งขันตามรายการต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ส่งแข่ง”

ตลอด 3-4 ปีที่อยู่ในสมาคมฯ พรปวีณ์ เธอไม่ได้รู้สึกว่าการต้องใช้ชีวิต และฝึกซ้อมอยู่ที่นี่เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากเกินไป

ตรงกันข้าม เธอรู้สึกว่าการฝึกซ้อมตามระบบ ที่ทุกคนได้รับการดูแลเท่ากัน ฝึกแบบเดียวกัน กลายเป็นสิ่งที่ฝืนกับความรู้สึกของเธอ และนั่นทำให้เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองมากขึ้นทุกวัน

“ช่วงที่อยู่ในการแข่งขันระดับเยาวชน ผลงานหนูกลางๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไร หนูเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ซ้อมแบบนี้ มันจะได้เหรอ? หนูแค่รู้สึกว่าระบบที่เขาวางไว้ มันไม่เข้ากับตัวหนู”

“หนูเคยคุยเรื่องนี้กับโค้ชและผู้ใหญ่ อยากให้เขาปรับการฝึกให้เข้ากับนักแบดฯ แต่ละคน เพราะต่างคนก็มีสไตล์ไม่เหมือนกัน แต่เขาบอกว่าไม่สามารถเน้นใครคนหนึ่งได้ ต้องฝึกตามระบบ เหมือนๆ กัน”

“เขาไม่เคยมากดดันหรือตำหนิหนู หนูว่ามันสบายมาก แต่เวลาลงไปแข่งจริงแล้วแพ้ หนูรู้สึกอายนะ เหมือนตัวเองตัน ไม่สามารถพัฒนาตัวเองไปได้มากกว่านี้แล้ว”

“ตอนอายุ 17 ปี หนูกับครอบครัว จึงเข้าไปคุยกับ สมาคมฯ ว่าต้องการลาออกไปซ้อมเองข้างนอก สมาคมฯ อนุญาตแต่หนูยังต้องเป็นนักกีฬาของสมาคมฯ หลังออกจากไปซ้อมข้างนอกได้ 6 เดือน ปรากฏว่าหนูได้รองแชมป์โลก (ระดับเยาวชน ปี 2016 – แพ้ เฉิน ยู่เฟย ของจีนในรอบชิง) กลับมา ทำให้สมาคมฯ เรียกให้หนูเข้าไปซ้อมในสมาคมอีกครั้ง บอกว่าได้จ้างโค้ชระบบโลกเข้ามา หนูกับครอบครัวจึงตัดสินใจกลับเข้าไปอยู่ในสังกัดสมาคม เพราะคิดว่าอะไรๆ น่าจะดีขึ้น

พรปวีณ์ วัย 18 ปี พ้นผ่านการแข่งระดับเยาวชนในกีฬาตบลูกขนไก่ สู่การเทิร์นโปรเป็นอาชีพ เธอกลับมาฝึกซ้อมและอยู่ในการดูแลของ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย อีกหน

ทว่าผลงานของเธอ กลับไม่ได้ดีไปอย่างที่เธอคาดหวัง พบเจอกับความผิดหวังบ่อยครั้ง ตลอดระยะเวลาที่กลับมาอยู่ในชายคาของ สมาคมฯ เธอยังคงรู้สึกแปลกๆ ถึงโปรแกรมการฝึกซ้อม และขีดจำกัดของด้านร่างกายของตัวเธอ

“ส่วนตัวหนูเป็นคนที่บาดเจ็บบ่อย

Continue Reading...